[1]

ผมรู้จักกับวงดนตรีจากญี่ปุ่นที่ชื่อว่า L'Arc~en~Ciel มาแล้วเป็นเวลา 11 ปีด้วยกัน

11 ปี เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานนะครับ ยาวเกือบครึ่งชีวิตของผมเลยทีเดียว

L'Arc~en~Ciel เข้ามาในชีวิตผมผ่านทางเทปชุด Clicked Singles Best 13 ที่เพื่อนให้ยืมไปฟังที่บ้าน และเพลงเหล่านั้น คือดนตรีแบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต และทำให้ผมหลงรักวงดนตรีจากญี่ปุ่นวงนี้ทันที!

11 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก ในที่สุดความฝันของแฟนๆ ลาร์คในเมืองไทยก็เป็นจริงซะที หลังจากฝันค้างกันมานาน เมื่อ L'Arc~en~Ciel ได้ประกาศว่า กรุงเทพ เป็น 1 ใน 12 เมืองที่จะไปทำการแสดงใน World Tour!

ผมลังเลอยู่นาน ว่าจะไปหรือไม่ไปดี แต่สุดท้ายผมตัดสินใจกัดฟันยืมเงินน้องชายไปซื้อบัตรมาจนได้ ด้วยความคิดที่ว่า "ถ้าพลาดครั้งนี้ไป อาจจะไม่มีคราวหน้าอีกแล้วก็ได้"

[2]

ตัดภาพมาที่วันงานเลยดีกว่า นี่เป็นการไปดูคอนเสิร์ดที่ครึกครื้นที่สุดครั้งหนี่งในชีวิตผมเลยนะครับ เพราะว่ามีผู้ร่วมอุดมการณ์ในคราวนี้ถึง 7 คน! ซึ่งก็ทำให้การรอคอยที่จะดูวงที่รักขึ้นเล่นนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานเฮฮา ต่างจากหลายงาน ที่ผมมักจะลุยเดี่ยว(เพราะดันฟังเพลงไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านเท่าไร ๕๕๕) ต้องขอขอบคุณทุกท่านมา ที่นี้

เมื่อใกล้เวลาเริ่มเล่น ทุกคนก็แยกกันไปประจำที่ ด้วยความจน ทำให้ผมและเพื่อนคนหนึ่งต้องขึ้นดอยไปดูกันถึงชั้น 4 ของอิมแพคอารีน่าเลยทีเดียว แต่จากที่นั่งก็มองเห็นเวทีได้ชัดพอสมควรครับ เข้าไปนั่งรอได้สักพักก็ได้เวลาเริ่มแสดง


L'Arc~en~Ciel เปิดโชว์สามเพลงแรกด้วยเพลงที่ผมไม่ค่อยได้ฟังเท่าไร (ฮา) พอจบเพลงชุดนี้ ไฮด์ นักร้องนำก็เริ่มพูดทักทายกับคนดูกว่า 15,000 คนในฮอล์ ด้วยภาษาไทย

"สวัสดีครับคนไทย พวกเรา L'Arc~en~Ciel"
"คอยนานไหมครับ?"

"คอยนานไหมครับ?" ประโยคสั้นๆ นี้กินใจแฟนๆ เหลือเกินครับ เสียงตอบรับจากคนดูที่ดังสนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าพวกเรารอคอยที่จะได้ดูลุงๆ แบบสดๆ ต่อหน้าต่อตาแบบนี้มานานแค่ไหน(สำหรับผมก็ 11 ปี บางคนอาจนานกว่านั้น) หลังจากทักทายคนดูแล้ว ไฮด์ก็สะพายกีต้าร์ แล้วเริ่มเล่นเพลงที่เป็นไฮไลต์(ส่วนตัว)เพลงแรกของผมในครั้งนี้

HONEY

โมเมนต์ที่ประทับใจที่สุดของเพลงนี้คือช่วงที่ภาพบนจอ LED ยักษ์ด้านหลังของวง ตัดไปเป็นภาพที่ไฮด์กำลังร้องและเล่นกีต้าร์เพลงนี้ โดยมีปีกผีเสื้อกางออกมาจากด้านหลังพอดี แม่งเท่สุดๆ เลย ให้ตายเหอะ!


 
หลังจบเพลง HONEY ลาร์คฯ ก็เล่นเพลงจากอัลบั้มใหม่ๆ ที่ผมไม่ค่อยจะเคยฟังเท่าไรอีกแล้ว (ฮา) เล่นจบไฟบนเวทีก็ดับลง ภาพบนจอฉายเป็นกลีบดอกไม้สีชมพูที่กำลังร่วงบนพื้นหลังสีดำ แล้วเสียงกีต้าร์ในทำนองที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น และนี่คือไฮไลต์ที่สองของผม

แสงไฟบนเวทีสว่างขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏบนเวทีคือ เท็ตสึ(เบส) ไฮด์(ร้องนำ) และเคน(กีต้าร์) มานั่งเรียงกันอยู่หน้าแท่นกลองของยุกิฮิโระ และเล่นเพลงบัลลาดที่ผมรักที่สุดเพลงหนึ่งของวงนี้

Hitomi no Jyunin

จบเพลงนี้ L'Arc~en~Ciel ก็เล่นเพลง X X X (อ่านว่า Kiss Kiss Kiss) ที่ขับเอาเสน่ห์และความเซ็กซี่กระชากใจสาวๆ ของไฮด์ออกมาแทบจะถึงขีดสุด ผมแทบได้ยินเสียงสาวๆ ในงานนี้กำลังจะละลาย อายม้วนต้วนกันเลยทีเดียว

เพลงต่อมาคือเพลง fate ตามด้วยเพลง forbidden lover และ MY HEART DRAWS A DREAM เพลงที่คนดูในฮอล์ช่วยกันร้องดังมากที่สุดเพลงหนึ่ง พอจบเพลงนี้ ไฟบนเวทีก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้เมื่อไฟบนเวทีสว่างขึ้น มีคนที่อยู่บนเวทีเพียงคนเดียว คือเคนซัง มือกีต้าร์

เคนมาพร้อมกับกระดาษ A4 1 ใบในมือ และคล้องถุงช็อปปิ้งใบเบ้อเริ่มไว้ที่แขน และช่วงเวลาแห่งความฮาก็เริ่มขึ้นทันทีที่พี่เคนพูดใส่ไมค์

"ส่าหวัดดีครั่บ"

"ผ่มไปกินบาร์บีคิวที่ธานิยะมาครั่บ ได้เล่นเกมกับคนไทย สาวไทยน่ารักมาก ผ่มช้อบครั่บ"

"พ้มไปซื้อช้าปมาครั่บ ซื้อเพรเซ็นโตะมาให้ยุกิฮิโระด้วยขรั่บ"

บาร์บีคิว? ธนิยะ? ชาร์ป? นี่พี่ไปซื้อหม้อหุงข้าวหรือตู้เย็นมาครับนั่น!? และในขณะที่ผมกำลังถอดรหัสลับดาวินชี่ของพี่เคนอยู่ พี่เคนก็เดินไปที่กลอง อ้าว! นั่นตายุกิฮิโระขึ้นมานั่งตั้งแต่เมื่อไรกันครับ? พี่เคนยื่นถุงชอปปิ้งทั้งใบให้ยุกิฮิโระ และปริศนาทั้งหมดก็ถูกไขกระจ่าง โดยไม่ต้องเอาชื่ออากงหรืออาม่าเป็นเดิมพัน

สิ่งที่ยุกิฮิโระหยิบออกมาจากถุงคือเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความ "I (หัวใจ) Thailand because somebody in Thailand loves me" ตามด้วย "ฉาบ" หนึ่งคู่ แวบแรกผมเข้าใจว่าคงเป็นฉาบเอาไว้ใส่ในชุดกลอง แต่ไม่ใช่ครับ มันค